จัดการแปลงลิ้นจี่ให้เป็นระเบียบอยู่เสมอ.. แล้วจะไม่ต้องดับไฟ!

    สัปดาห์นี้ดิฉันมาเยี่ยมคุณตาที่เขาค้อค่ะ อากาศยังเย็นสบาย และนักท่องเที่ยวไม่เยอะเท่าช่วงปีใหม่ ดิฉันเลยมีโอกาสได้ตามน้าไปเดินเล่นในแปลงลิ้นจี่ของเรา

    ดิฉันสังเกตว่า ในช่วง3-4 ปีที่ผ่านมาไร่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและสิ่งที่เห็นได้ชัด คือ มีการตัดแต่งต้นลิ้นจี่อย่างเป็นระเบียบ และมีการจัดการหญ้า วัชพืชต่างๆ รวมไปถึงต้นไผ่ในบริเวณรอบๆจนสะอาดเรียบร้อยเดินง่าย ไม่ต้องกลัวงูหรือสัตว์มีพิษอื่นๆเลยค่ะ

    ระหว่างคุยกัน น้าก็เล่าว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ไฟเข้าไร่ แล้วน้าเกิดอุบัติเหตุตกรถระหว่างไปคุมดับไฟเมื่อ 6-7 ปีก่อน น้าก็เปลี่ยนวิธีบริหารจัดการในไร่ใหม่ นอกจากการตัดแต่งเพื่อการทำงานที่ง่ายขึ้น ทางไร่มีตารางการตัดหญ้าและจัดการวัชพืชต่างๆอย่างเป็นระบบ การจัดการแบบใหม่นี้ช่วยให้เราสามารถใช้resourceทั้งหมดที่เรามี ในการทำเรื่องต่างๆที่ส่งผลสำคัญต่อผลผลิต เช่น ใส่ปุ๋ย แต่งกิ่ง ควบคุมแมลงศัตรูพืชและงานอื่นๆได้อย่างเต็มที่ เพราะไม่ต้องมาดับไฟหรือกังวลเรื่องไฟไหม้*!

    คำว่า “Fire-fighting” แว้บเข้ามาในความคิดทันทีค่ะ สำหรับคนทำงานออฟฟิสส่วนใหญ่ คำว่า fire-fighting คือความโกลาหล วุ่นวาย เป็นการทำงานที่ออกจะ passive เพราะคอยรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และมักจะต้องทำงานที่เป็นการทำเรื่องที่ด่วนที่สุด ร้อนที่สุด และถึงจะเป็นสถานการณ์ที่เราคุ้นเคย แต่แน่นอนว่าไม่ใช่สภาวะที่ดีที่สุดในการทำงาน เพราะเต็มไปด้วยความเครียด และส่วนมากก็ไม่ใช่การทำงานสำคัญที่สุด หรือก่อให้เกิด productivity สูงสุด

    เราคงเห็นได้ว่าไม่ว่าจะทำงานออฟฟิส หรือทำเกษตร การจัดการงานที่ดี ซึ่งหมายถึงการระบุ วางแผน และทำตามแผนงานของเราจะช่วยลดโอกาสในการเกิดเรื่องเร่งด่วน หรือความผิดพลาดที่ไม่จำเป็นขึ้นได้ และย่อมทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของเราเพิ่มขึ้น ลดความเครียดและความสูญเสียลงได้
    *ในฤดูแล้ง ซึ่งหมายถึงช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงที่อากาศแห้งมากจึงอาจเกิดไฟไหม้ได้ตลอดเวลา และถ้าเกิดไฟไหม้ขึ้นแล้ว งานอื่นๆจะต้องหยุดทำในทันที และระดมกำลังกันมาดับไฟให้ได้เร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นจะลามไปในบริเวณกว้าง

    by Arweekarn Phansangiam
    20 January 2017

    Facebooktwittergoogle_pluslinkedinmail