Productivity ไม่ใช่ทำงานเยอะ ทำงานยุ่งเสมอไป

    ได้ยินคำว่า “Productivity” ใครๆก็นึกภาพการตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ออกจะหน้าดำคร่ำเครียด เรียกได้ว่าเป็นคำที่ไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่ เมื่อก่อนดิฉันก็เห็นภาพเดียวกันค่ะ ยิ่งทำงานได้มากแปลว่า productivity สูง ยิ่งดี

    จนไม่นานมานี้เกิดInsightใหม่ว่า Productivity ไม่ใช่เรื่องของการทำๆๆๆๆ ไม่รู้จากหยุด แต่เป็นการเลือกใช้เวลาทำสิ่งที่เหมาะสมที่สุดในตอนนั้น บางครั้งนี่หมายถึงการทำงานที่มีความสำคัญซึ่งเป็นความหมายทีคนส่วนใหญ่คุ้นกันดี แต่บางทีProductivityก็หมายถึงการหยุดพัก ไม่ทำอะไร ไม่คิดอะไร

    เหตุการณ์ที่ทำให้ดิฉันคิดได้ (ความจริงน่าจะคิดได้ตั้งนานแล้ว) คือ ตอนต้องเปลี่ยนmaterialที่ใช้สอนเป็นเวอร์ชั่นใหม่ ซึ่งต้องอ่าน เขียนสคริป และเตรียมกันใหม่แทบจะทั้งหมด เริ่มทำตั้งแต่เช้าและยาวมาประมาณสองทุ่มกว่า ความจริงพลังงานหมดแล้วค่ะ แต่เห็นว่าเหลืออีกไม่กี่slide เลยตัดสินใจว่ากัดฟันทำให้เสร็จคืนนี้เลยน่าจะดีกว่า ผลที่ออกมาคือ ผ่านไปครึ่งชั่วโมงแต่แทบไม่มีความคืบหน้าอะไร เริ่มมึนศีรษะ และปวดตา จนในที่สุดได้สติ แล้วตัดสินใจหยุดไปอาบน้ำเข้านอน.. ตื่นเช้ามาอย่างสดชื่น กลับมาทำงานนี้ต่อใช้เวลาไม่ถึง 20 นาทีค่ะ เสร็จหมดเรียบร้อยรวมทั้งแก้ไขส่วนที่ทำผิดๆถูกๆตอนค่ำเมื่อวานด้วย! ถ้าจะให้คะแนน Productivity กับตัวเองช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายที่ดันทุรังทำงานนั่นคงติดลบแน่ๆ สำหรับช่วงตั้งแต่หยุดทำงานไปอาบน้ำนอนนั่น ถ้าคะแนนเต็ม10 ก็อยากจะให้คะแนน 100 ไปเลยค่ะ

    David Allenเคยให้สัมภาษณ์กับ nymag.comไว้อย่างน่าสนใจว่า ถ้าคุณสามารถมีช่วงเวลาที่อยู่นิ่งๆ ไม่ทำอะไร และไม่มีเรื่องกังวลใจได้เมื่อไหร่ นั่นแปลว่าคุณจัดการงานและชีวิตของคุณได้ดีมีproductivity ตามกระบวนการGetting Things Done หรือ GTDได้แล้ว (reference: http://nymag.com/scienceofus/2015/06/productivity-expert-wants-you-to-do-nothing.html)

    ด้วยภาระหน้าที่ที่มากมายของทุกท่าน ลองพยายามหาเวลาพักผ่อนให้ได้จริงๆกันบ้างนะคะ ถ้าเวลาพัก เราพักได้อย่างเต็มที่ เวลากลับมาทำงานก็จะทำได้อย่างเต็มที่เช่นกัน จะได้พูดได้เต็มปากว่าเป็น Productive Life ค่ะ

    by Arweekarn Phansangiam
    2 Apr 2016

    Facebooktwittergoogle_pluslinkedinmail